Multipolar Economy

เมื่อเศรษฐกิจโลกไม่ถูกขับเคลื่อนโดย “มหาอำนาจเดียว” อีกต่อไป ผู้นำธุรกิจไทยต้องอ่านเกมใหม่ เพราะการค้า การลงทุน และเทคโนโลยีกำลังถูกกำหนดด้วยภูมิรัฐศาสตร์มากกว่าตลาดเสรี

เมื่อเศรษฐกิจโลกไม่ถูกขับเคลื่อนโดยขั้วเดียว อีกต่อไป การค้า เทคโนโลยี และการลงทุนกำลังถูกกำหนดด้วยภูมิรัฐศาสตร์มากกว่ากลไกตลาด และผู้นำไทยต้องอ่านจังหวะนี้ให้ขาด Global Pulses โดย GlobalbizNews ชวนผู้อ่านมาติดตามโลก โลกกำลังเข้าสู่ยุค Multipolar Economy: ไทยอยู่ตรงไหนในสมการอำนาจใหม่

โลกกำลังเปลี่ยน “รูปทรง” ทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ 

โลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างเศรษฐกิจที่ลึกซึ้ง จากระเบียบแบบ Unipolar (ขั้วเดียว) จากเดิมที่ระเบียบโลกหลังสงครามเย็นขับเคลื่อนด้วยมหาอำนาจหลักเพียงไม่กี่ประเทศ โลกวันนี้กำลังเข้าสู่ยุคที่อำนาจกระจายตัวมากขึ้น — หรือที่นักยุทธศาสตร์เรียกว่า Multipolar Economy ซึ่งหมายถึง เศรษฐกิจที่มีหลายศูนย์อำนาจทางการเมือง ซึ่งมีพฤติกรรมในลักษณะที่เศรษฐกิจคอยกำหนดทิศทางโลก 

ตัวอย่างสัญญาณสำคัญของการเปลี่ยนผ่านนี้ ได้แก่:

มหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ และจีนต่างใช้นโยบายอุตสาหกรรมและมาตรการทางเทคโนโลยีที่เลือกคู่ค้ามากขึ้น แสดงแนวคิดว่าเศรษฐกิจและความมั่นคงเชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ได้ (OECD — Global economic outlook & trade policy uncertainty)

การแบ่งเส้นทางการค้าและเงินทุนตามบล็อกทางภูมิรัฐศาสตร์มากขึ้น สะท้อนจาก WEF ที่เตือนว่าต้นทุนเศรษฐกิจโลกจาก “การแตกตัวของระบบการเงินและการค้า” อาจสูงกว่า 2008 หรือ COVID-19 มากนัก (WEF – Economic Costs of Fragmentation Could Eclipse Those of 2008 Financial Crisis or COVID-19 Pandemic)

IMF ระบุว่าความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าและการลงทุนมีผลต่อการเติบโตและอาจทำให้การค้าโลกมีประสิทธิภาพต่ำลง สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่ “การชะลอการเติบโต” แต่เป็นการเปลี่ยน “กติกาโลก” ที่จะกำหนดอนาคตของการค้า เทคโนโลยี และเงินทุน (IMF – Geopolitics and its Impact on Global Trade and the Dollar)

เงื่อนไขเกม ที่เปลี่ยนไป

Multipolar Economy ไม่ใช่ศัพท์เทคนิคในรายงานวิชาการเท่านั้น แต่มันคือ พื้นฐานใหม่ของเศรษฐกิจโลก ที่เปลี่ยน “เงื่อนไขเกม” ในระดับต่อไปนี้

1) การค้าโลกไม่ได้เป็นเสรีเหมือนเดิม นโยบายการค้าแบบเลือกข้าง (selective trade policies) และการใช้เครื่องมือทางเศรษฐกิจเพื่อสนับสนุนความมั่นคง กำลังทำให้ระบบการค้าระหว่างประเทศแตกตัวและซับซ้อนกว่าเดิม

2) Supply chain ถูกออกแบบใหม่ใต้เงื่อนไข ความเสี่ยง บริษัทข้ามชาติกำลังให้ความสำคัญกับความเสถียรและความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน มากกว่าแค่ต้นทุนต่ำสุด เพราะเสถียรภาพเชิงภูมิรัฐศาสตร์มีผลต่อความต่อเนื่องทางธุรกิจ

3) เทคโนโลยีคือ สนามแข่งขันของรัฐ การแข่งขันด้าน AI, Chips และเทคโนโลยี Clean Tech ถูกดึงเข้ามาเป็นกลยุทธ์ของรัฐ เพื่อสร้างความได้เปรียบด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง ซึ่งส่งผลต่อทั้งมาตรฐานการค้าและการลงทุน 

ดังนั้น โลกหลายขั้วกำลังบังคับให้องค์กรและประเทศต้องคิดใหม่ว่า เรายืนอยู่ตรงไหนของเครือข่ายเศรษฐกิจโลก และพึ่งพาผู้เล่นใดมากเกินไปหรือไม่

ไทยโดนอะไร ในบริบทโลกหลายขั้ว

สำหรับไทย ในโลกหลายขั้ว จะกลายเป็น ทั้งโอกาสและแรงกดดัน เพราะจากเงื่อนไขบริบทที่กล่าวมา เรามองเห็นในสามประเด็นคือ 

1) โอกาส ในฐานะ “จุดเชื่อม” ของ Supply Chain ใหม่ เมื่อบริษัทโลกต้องการลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาจีนเพียงรายเดียว ประเทศไทยและอาเซียนกำลังถูกมองเป็น ทางเลือก ในการผลิตและการลงทุน

2) ความเสี่ยง โดนดึงเข้าสู่การแข่งขันของมหาอำนาจ การแข่งขันสหรัฐ–จีนเรื่องเทคโนโลยีและการค้า อาจบีบให้ไทยต้องเลือกเส้นทาง มาตรฐานเทคโนโลยี หรือกลุ่มพันธมิตรในบางอุตสาหกรรมก่อนเวลาที่พร้อม

3) ศักยภาพของ Connector Economy ไทยสามารถใช้จุดแข็งเชิงยุทธศาสตร์ เครือข่ายการค้า ASEAN + ตลาดยักษ์ใหญ่ทั้งตะวันตกและตะวันออก  เพื่อเป็น “สะพานเชื่อมโอกาส” แทนที่จะเป็นเพียง “ตลาดปลายทาง” ของใคร แต่บทบาทนี้จะเกิดขึ้นได้ ต้องอาศัยนโยบายภาครัฐและกลยุทธ์องค์กรที่สอดคล้อง

การบ้านจากตำราเล่มใหม่

โลกยุค Multipolar Economy ต้องการผู้นำที่อ่าน เกมภูมิรัฐศาสตร์–เศรษฐกิจ เป็น ไม่ใช่แค่ อ่านตัวเลขงบการเงินเก่ง แต่ประเด็นที่ผู้บริหารไทยต้องทำการบ้านมากขึ้น คือ 

1) สร้าง Geopolitical Risk Map ขององค์กร วิเคราะห์ว่า supply chain ของคุณผูกกับประเทศไหนมากเกินไป หรือเสี่ยงทางการเมืองมากน้อยเพียงใด

2) Diversify ตลาดและพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ อย่าพึ่งพาขั้วเดียว เพราะแรงกดดันเชิงนโยบายอาจเกิดเร็วและรุนแรง

3) ลงทุนในเทคโนโลยีที่อยู่ใน สนามแข่งขันของรัฐ เช่น AI, Semiconductor ecosystem, Clean energy เพื่อสร้างความได้เปรียบเชิงแข่งขัน

4) มองไทยเป็น Platform ไม่ใช่แค่ Market องค์กรที่คิดว่าไทยเป็นฐานเชื่อมโลก จะมีแนวโน้มเติบโต มากกว่าผู้ที่รอให้คลื่นการเปลี่ยนผ่านมาถึง

จากชีพจรโลก สู่ชีพจรของคุณ 

โลกกำลังเต้นด้วยจังหวะใหม่ เศรษฐกิจไม่ใช่เรื่องของตลาดเพียงอย่างเดียว แต่มันคือเรื่องของ อำนาจ เทคโนโลยี และความมั่นคง คำถามสำหรับผู้นำไทยจึงไม่ใช่แค่ว่า โลกจะไปทางไหน แต่คือ ธุรกิจของคุณจะยืนอยู่ตรงไหนในโลกหลายขั้วนี้

แหล่งอ้างอิง (References)

  1. OECD — Global economic outlook shifts as trade policy uncertainty weakens growth
  2. World Economic Forum — Economic Costs of Fragmentation Could Eclipse Those of 2008 Financial Crisis or COVID-19 Pandemic
  3. World Economic Forum — Global Supply Chains Enter Era of Structural Volatility, World Economic Forum Report Finds
  4. IMF — Geopolitics and its Impact on Global Trade and the Dollar