คปภ. เปิดผลศึกษาแผนยุทธศาสตร์ประกั
นภัยสุขภาพภาคสมัครใจของไทย มุ่งยกระดับการเข้าถึงและเสริ มความมั่นคงระบบสุขภาพประเทศ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) โดย ชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เป็นประธานในพิธีแถลงข่าวเปิดงานสัมมนา “ผลการศึกษาโครงการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ประกันภัยสุขภาพภาคสมัครใจของไทย” เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาระบบประกันภัยสุขภาพของประเทศในระยะยาว โดยมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจประกันภัย ภาคสาธารณสุข และสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เข้าร่วม
เลขาธิการ คปภ. เปิดเผยว่า การจัดทำแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าว เป็นการต่อยอดบทบาทของสำนักงาน คปภ. ในการกำกับและพัฒนาระบบประกันภัยของประเทศ โดยมุ่งยกระดับ “ประกันภัยสุขภาพภาคสมัครใจ” ให้เป็นกลไกสำคัญในการบริหารความเสี่ยงด้านสุขภาพของประชาชน และเป็นส่วนเสริมของระบบสุขภาพภาครัฐ เพื่อให้สามารถรองรับความท้าทายในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
โดยการดำเนินโครงการดังกล่าวมีที่มาจากความร่วมมือระหว่างสำนักงาน คปภ. และสถาบันวิจัย เพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ในการศึกษาวิจัยเชิงนโยบาย เพื่อวิเคราะห์โครงสร้างและภูมิทัศน์ของระบบประกันภัยสุขภาพภาคสมัครใจของประเทศไทย โดยมุ่งจัดทำแผนยุทธศาสตร์ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ควบคู่กับการจัดทำแผนปฏิบัติการและแผนที่นำทาง (Roadmap) เพื่อบูรณาการระบบประกันภัยสุขภาพภาคสมัครใจให้เชื่อมโยงกับระบบสวัสดิการภาครัฐ และยกระดับการเข้าถึงความคุ้มครองด้านสุขภาพของประชาชนทุกกลุ่มอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน
ทั้งนี้ จากบริบทที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย ค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลที่เพิ่มสูงขึ้น และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทางการแพทย์ ส่งผลให้การบริหารความเสี่ยงด้านสุขภาพมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น สำนักงาน คปภ. จึงได้ร่วมกับ TDRI ดำเนินการศึกษาเพื่อกำหนดแนวทางพัฒนาระบบประกันภัยสุขภาพให้มีความครอบคลุม เข้าถึงได้ และตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนในอนาคต
นอกจากนี้ แผนยุทธศาสตร์ยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารความเสี่ยง การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลและการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับความโปร่งใสและประสิทธิภาพของระบบ ทั้งนี้ การขับเคลื่อนแผนดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจประกันภัย และภาคสาธารณสุข ในการผลักดันให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
การจัดสัมมนาในครั้งนี้จึงถือเป็นเวทีสำคัญในการเผยแพร่ผลการศึกษาและเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อนำไปสู่การกำหนดทิศทางการพัฒนาระบบประกันภัยสุขภาพภาคสมัครใจของประเทศอย่างเหมาะสม โดยในระยะต่อไป ประชาชนจะได้รับประโยชน์จากการมีทางเลือกด้านประกันภัยสุขภาพที่หลากหลาย เข้าถึงความคุ้มครองได้ง่ายขึ้นได้รับความเป็นธรรมด้านราคา และสามารถใช้ประกันภัยเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยง ลดภาระค่าใช้จ่าย และสร้างความมั่นคงทางการเงินได้อย่างยั่งยืน
