สถาปนิก’69 ประกาศความสำเร็จด้วยยอดผู้ชมงานมากถึง 328,576 คน มูลค่าซื้อขายรวมกว่า 22,000 ล้านบาท พร้อมชูแนวทางจัดการขยะเอ็กซิบิชั่นสร้างความยั่งยืน

อเส สุขยางค์ นายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยถึงผลสำเร็จของการจัดงานสถาปนิก’69 ภายใต้แนวคิด สติมา : ปัญญา : พร้อม(ท์) | SATI : WISDOM : PROMPT ซึ่งจัดขึ้น ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 28 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยข้อมูลสรุปตลอด 6 วันของการจัดงานมีผู้เข้าชมงานรวมทั้งสิ้น 328,576 คน แบ่งเป็นกลุ่มผู้เข้าชมในภาคธุรกิจ (Trade Visitors) 64% และกลุ่มผู้ใช้สินค้าบริการ (End Users) 36%

ทั้งนี้ ด้วยพื้นที่จัดแสดงงานกว่า 75,000 ตารางเมตร มีผู้ประกอบการร่วมแสดงสินค้ากว่า 1,000 แบรนด์ ผลิตภัณฑ์บริการเพื่องานออกแบบและก่อสร้างรวมมากกว่า 100,000 รายการจากทั้งในและต่างประเทศ สร้างมูลค่าเจรจาธุรกิจรวมกว่า 22,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีประชาชนผู้สนใจเข้าชมนิทรรศการและร่วมกิจกรรมต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องเป็นจำนวนมาก

ทั้งหมดนี้ ล้วนสะท้อนถึงความสำเร็จอย่างดีเยี่ยมและเป็นความภาคภูมิใจเมื่องานสถาปนิกประเทศไทยเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ระดับนานาชาติ ต่อยอดผลักดันวงการวิชาชีพให้เป็นที่ยอมรับในสากลและก้าวสู่จุดหมายเป็น The Most Influential Architecture Exhibition in ASEAN หรืองานแสดงนิทรรศการสถาปัตยกรรมที่ทรงอิทธิพลที่สุดในอาเซียน

ทางสมาคมฯ พร้อมสนับสนุนการยกระดับวิชาชีพสถาปัตยกรรมไทยในทุกด้านให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล พร้อมส่งเสริมคุณภาพงานสถาปัตยกรรมของประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคงในยุคที่โลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยได้เปิดรับผลงานเพื่อพิจารณารับรางวัลสถาปัตยกรรมดีเด่น ประจำปี 2569 ซึ่งมีผู้สนใจส่งผลงานทั้งสิ้น 92 ผลงาน ทางคณะกรรมการได้พิจารณาคัดเลือกผลงานรับรางวัล Design Award

ได้แก่ ผลงาน Mitbury the Publice House โดยผู้ออกแบบ WOS Architects ผลงาน O-NES Tower โดยผู้ออกแบบ THAI OBAYASHI DESIGN ผลงาน Vanich House โดยผู้ออกแบบ Physicalist และรางวัล Merit Award ได้แก่ ผลงาน BAAN O+O โดยผู้ออกแบบ JUNSEKINO Architect and Design ผลงาน The Digital Economy Promotion Agency (DEPA) headquarters โดยผู้ออกแบบ Architects 49 ผลงาน DFT Office โดยผู้ออกแบบ Stu/D/O Architects ผลงาน Nachan the Antique Courtyard Hotel โดยผู้ออกแบบ PAVA architects ซึ่งผลงานที่ได้รับรางวัลทั้งหมดได้ถูกนำมาจัดแสดงในงานสถาปนิก’69 ถือเป็นรางวัลทรงเกียรติและรางวัลสูงสุดทางด้านการออกแบบสถาปัตยกรรมของไทย

จาตุรนต์ กิ่งมิ่งแฮ ประธานจัดงานสถาปนิก’69 กล่าวเสริมถึงความสำเร็จและภาพรวมงานครั้งนี้ ซึ่งมีการจัดแสดงนิทรรศการ จัดการสัมมนาระดับนานาชาติ และกิจกรรมจากองค์กรวิชาชีพเป็นที่น่าสนใจของกลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพสถาปนิก แวดวงธุรกิจก่อสร้าง ตลอดจนประชาชน นักเรียน นักศึกษา จำนวนมาก ลงทะเบียนและ walk in เข้ามาร่วมงานสัมมนาแลกเปลี่ยนความรู้และร่วมกิจกรรมต่างๆ อาทิ ASA INTERNATIONAL FORUM ซึ่งเชิญสถาปนิกที่มีชื่อเสียงระดับโลกมาร่วมพูดคุยถึง 6 session ในส่วนของ ASA INSPIRATION LAB และ Workshop ก็มีสถาปนิกกูรูในแวดวงวิชาชีพมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ถึง 28 session โดยตลอด 6 วันของงานมียอดรวมแล้วทั้งหมด 2,045 คน

นอกจากนี้ ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากอีกหนึ่งกิจกรรม คือ ASA Experimental Design Competition 2026 การประกวดแบบภายใต้แนวคิด “ปัญญาร่วมสรรค์ Hybridized Wisdoms: Architecture Across Multiple Intelligences” ซึ่งมีผู้ตอบรับส่งผลงานประกวดรวม 412 ผลงาน จาก 19 ประเทศทั่วโลก โดยผลการตัดสินรางวัลชนะเลิศประเภทนักเรียน/นักศึกษา ได้แก่ HYEMIN KIM ชื่อผลงาน Bamseom Cloning Project และรางวัลชนะเลิศประเภทบุคคลทั่วไป

ได้แก่ ทีม HOYRANLAGE ชื่อผลงาน The Liquid Uthan—A Hybridized Habitat for the Manta Swarm และกิจกรรม ASA Emerging 2026 : Young Architects In The Age Of New Disruptions ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ให้สถาปนิกและนักออกแบบ “รุ่นใหม่” ได้จัดแสดงและนำเสนอผลงาน เพื่อสะท้อนศักยภาพ แนวคิด วิธีการทำงานและมุมมองต่อบทบาทของสถาปนิกท่ามกลางบริบทของสังคมไทยที่กำลังเปลี่ยนแปลง เพื่อคัดเลือกเป็นตัวแทนสมาคมสถาปนิกสยามฯ เข้าร่วมงาน 23rd ARCASIA Forum ที่ประเทศอินเดีย ซึ่งผู้ที่ได้รับการคัดเลือก ได้แก่ นางสาวสุทธหทัย นิยมวาส จาก The City Connext

สำหรับการจัดงานสถาปนิก’69 ทางคณะผู้จัดงานได้ตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมและขยะที่เกิดจากการจัดงาน จึงจัดโครงการส่งเสริมการออกแบบและก่อสร้างพาวิลเลียน/บูธอย่างยั่งยืน “ASA100 SUSTAINABLE : Towards Sustainable ASA Architect Expo” ตอบโจทย์ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และภาพลักษณ์ โดยวัตถุประสงค์ลดปัญหาขยะจากงานแสดงสินค้า สนับสนุนผู้แสดงสินค้าให้ดำเนินการสอดคล้องกับแนวโน้ม ESG และ CSR

ตลอดจนยกระดับภาพลักษณ์ของการจัดงานให้เทียบเท่างานแสดงสินค้าระดับสากล โดยแบ่ง 4 ประเภทรางวัล Gold, Silver, Bronz และ Honorable Mention ซึ่งในแต่ละประเภทรางวัลจะมอบให้กับบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์ และ บริษัทสถาปนิก ผู้ออกแบบ ยกตัวอย่าง ประเภทรางวัล Gold บริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่ได้รางวัล คือ บริษัท อีดีแอล ลามิเนตส์ จำกัด และบริษัท ทีทีเอฟ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งมีบริษัทสถาปนิกผู้ออกแบบบูธ คือ บริษัท ลูกเล่น สถาปนิก จำกัด รับรางวัลด้วยเช่นเดียวกัน

การจัดงานสถาปนิก’69 ยังมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีและวางแนวทางจัดการขยะเอ็กซิบิชั่นสร้างความยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสูงสุด โดยการ Reduce (ลดการใช้) ขอความร่วมมือให้ผู้ร่วมจัดแสดงงานลดการใช้พลาสติกที่ใช้เพียงครั้งเดียว ลดการใช้กระดาษ เปลี่ยนมาใช้ระบบดิจิทัลในการลงทะเบียนและนำเสนอสินค้าแทนการใช้โบรชัวกระดาษแบบเก่า

รวมถึง Reuse (ใช้ซ้ำ) ในส่วนโครงสร้างบูธนิทรรศการ บูธแสดงสินค้า ที่สามารถถอดประกอบและนำชิ้นส่วนกลับมาใช้ใหม่ได้ เช่น บูธนิทรรศการของสมาคมฯ ได้ถอดชิ้นส่วนวัสดุก่อสร้าง ส่งมอบให้ศูนย์เด็กก่อนวัยเรียนพิทักษา (กทม.) และ โรงเรียนคลองพระอุดม อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี เพิ่มเติมที่เป็นลังผลไม้จากบูธ ASA CLUB  มอบให้คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี สถาบันเทคโนโลยี พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง สาขาสถาปัตยกรรม และ เชือก ส่งต่อไปยังกลุ่มแม่บ้านต่างจังหวัด เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ในนามประธานจัดงานสถาปนิก’69 ต้องขอขอบคุณพันธมิตรผู้ร่วมจัดแสดงงาน บริษัท ทีทีเอฟ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด องค์กรวิชาชีพสถาปัตยกรรม หน่วยงานต่าง ๆ ผู้สนับสนุนการจัดงาน รวมถึงผู้เข้าชมงานทุกท่านที่เป็นส่วนสำคัญทำให้งานครั้งนี้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย

ศุภแมน มรรคา รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีเอฟ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ในฐานะออแกไนเซอร์จัดงาน กล่าวว่า หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของปีนี้คือ “Thematic Pavilion” พื้นที่สร้างสรรค์ที่เปิดโอกาสให้แบรนด์วัสดุก่อสร้างและสตูดิโอออกแบบร่วมกันตีความ “วัสดุ” ผ่านสถาปัตยกรรมเชิงประสบการณ์ โดยปีนี้มี Thematic Pavilion มากถึง 8 พื้นที่ มากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในงานสถาปนิก ซึ่งแต่ละพาวิลเลียนสะท้อนแนวคิดด้านความยั่งยืน เทคโนโลยี งานคราฟต์ และการออกแบบแห่งอนาคต ผ่านการสร้างประสบการณ์ร่วมกับผู้ชมในรูปแบบใหม่

สำหรับรางวัล Thematic Pavilion ประจำปี 2026 มีทั้งหมด 2 รางวัล ได้แก่ “Thematic Pavilion Designer Choice Award” ตกเป็นของ “The Delta Stack Pavilion” จาก SCG x SaTa Na Architect ขณะที่รางวัล “Thematic Pavilion of the Year” หรือ Popular Vote จากเสียงโหวตของผู้เข้าชมตลอดทั้ง 6 วันจัดแสดง เป็นของ “TODĀ ARK” โดย TODĀ x Supermachine Studio

อีกหนึ่งพื้นที่ที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือ “Palette of Materials Pavilion” พื้นที่จัดแสดงวัสดุในรูปแบบ Mood Board ซึ่งรวบรวมชิ้นส่วนวัสดุจริงกว่า 800 ชิ้น จากผลงานการออกแบบของดีไซเนอร์ 40 สตูดิโอ ผ่านการคัดสรรและออกแบบพื้นที่จัดแสดงโดย Looklen Architects เพื่อช่วยให้ผู้เข้าชมมองเห็นแนวทางการใช้งานวัสดุในบริบทจริง พร้อมเชื่อมต่อข้อมูลและตำแหน่งบูธภายในงานผ่านระบบ QR Code จนกลายเป็นทั้งจุดรวมแรงบันดาลใจและพื้นที่เชื่อมโยงระหว่างนักออกแบบกับผู้ผลิตวัสดุภายในงาน

ขณะเดียวกัน “Best Innovation Award 2026” ยังเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่สะท้อนทิศทางใหม่ของวงการวัสดุก่อสร้างและการออกแบบ ผ่านการคัดเลือกนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ทั้งด้านฟังก์ชัน ความคิดสร้างสรรค์ และความยั่งยืน โดยปีนี้มีผู้ส่งผลงานเข้าประกวดถึง 16 แบรนด์ ซึ่งรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ “DOS WIDERO Water Pac All in One” จาก DOS นวัตกรรมระบบน้ำสำหรับบ้านยุคใหม่ที่ออกแบบให้ตอบโจทย์ทั้งด้านฟังก์ชัน การประหยัดพื้นที่ และการใช้วัสดุรีไซเคิล 100% ส่วนรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ “3D Panel by recoplast” จาก Watsadu niyom และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ “TOSTEM IN16 Series” จาก TOSTEM

นอกจากนี้ ภายในงานยังรวบรวมผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมจากแบรนด์ชั้นนำทั่วโลก ครอบคลุมตั้งแต่วัสดุก่อสร้าง ประตู หน้าต่าง สีและเคมีภัณฑ์ สุขภัณฑ์ ไม้และวัสดุทดแทนไม้ กระเบื้องและหิน เทคโนโลยีระบบน้ำ ผลิตภัณฑ์แสงสว่าง เทคโนโลยีอัจฉริยะ โครงสร้างสำเร็จรูป ไปจนถึงผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืนและ Passive Home บ้านประหยัดพลังงาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นทิศทางของอุตสาหกรรมที่มุ่งสู่การออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตและความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น

จากความสำเร็จของงานในปีนี้ หลายแบรนด์ชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศได้ยืนยันเข้าร่วมงานสถาปนิก’70 แล้ว อาทิ SCG, TOA, Makita, TODA, TOSTEM, DOS, Epson, Panel Plus, WDC, Häfele, aluframe และอีกหลากหลายแบรนด์ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการที่มีต่อบทบาทของงานสถาปนิกในฐานะแพลตฟอร์มสำคัญของอุตสาหกรรมก่อสร้างและการออกแบบในภูมิภาค

“ในอนาคต งานสถาปนิกจะไม่ใช่เพียงพื้นที่สำหรับจัดแสดงสินค้าและนวัตกรรม แต่จะเป็นศูนย์กลางที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ เครือข่ายธุรกิจ และความร่วมมือระหว่างผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมก่อสร้างและการออกแบบ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยไปสู่อนาคต” ศุภแมน กล่าวทิ้งท้าย

แม้งานสถาปนิก’69 จะปิดฉากลงแล้ว แต่ผู้สนใจยังสามารถย้อนชมบรรยากาศและผลิตภัณฑ์ภายในงานผ่าน Virtual Booth ได้ทาง https://virtual.architectexpo.com/tour/asa-expo-2026 ก่อนเตรียมพบกับ “งานสถาปนิก’70” งานแสดงเทคโนโลยีสถาปัตยกรรมและผลิตภัณฑ์ก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ครั้งที่ 39 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 เมษายน – 2 พฤษภาคม 2570 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.ArchitectExpo.com และ Facebook Page : งานสถาปนิก : ASA Architect Expo